ตอบข้อสงสัย พาวเวอร์แบงก์ยี่ห้อไหนดี และแบบไหนนำขึ้นเครื่องบินได้?

             “พาวเวอร์แบงก์ยี่ห้อไหนดี?” นับเป็นอีกหนึ่งคำถามยอดนิยมของคนในยุคนี้ เมื่อต้องมองหาอุปกรณ์สำรองพลังงานให้กับสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต รวมทั้งแก็ดเจ็ดอื่น ๆ เพราะการพกพาพาวเวอร์แบงค์ไปไหนต่อไหนสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ชาร์จไฟได้ แต่ต้องปลอดภัย ใช้งานได้สะดวก และไม่เป็นปัญหากับการเดินทาง ฉะนั้นคงจะดีกว่าหากเราคิดเผื่อในสถานการณ์ที่ต้องรอนแรมข้ามฟ้าข้ามทะเลกันด้วย เรียกว่าซื้อทั้งทีก็ควรให้มีคุณสมบัติรอบด้าน ควรนำพาวเวอร์แบงก์ขึ้นเครื่องแบบติดตัวไปได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย ว่าแล้วก็ไม่ต้องไปหาข้อมูลที่ไหนให้ซับซ้อนวุ่นวาย วันนี้เรามีพาวเวอร์แบงค์คุณสมบัติดี ๆ แถมไม่ต้อง Worry หากจะนำขึ้นเครื่องฯไปด้วย แล้วจะเลือกยี่ห้อไหนดี ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร อย่ารอช้าไปอ่านต่อกันได้เลย

พาวเวอร์แบงค์ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้

ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่า การจะนำ Power Bank ขึ้นเครื่องบินได้นั้นต้องมีความจุไม่เกินเท่าไหร่ สามารถพกติดตัวไปได้กี่ก้อน ตรงนี้ตามมาตรฐานความปลอดภัยของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA ระบุว่าไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์สำรองพลังงานโหลดใต้เครื่องไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง แต่สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องบินได้ตามข้อกำหนดดังนี้

1.พาวเวอร์แบงก์ที่มีความจุน้อยกว่า 20,000 mAh ต่อก้อน นำขึ้นเครื่องได้ไม่ระบุจำนวน

2.พาวเวอร์แบงก์ที่มีความจุมากกว่า 20,000 – 32,000 mAh ต่อก้อน นำขึ้นเครื่องบินได้ไม่เกิน 2 ก้อน

3.พาวเวอร์แบงก์ที่มีความจุมากกว่า 32,000 mAh ต่อก้อน ห้ามนำขึ้นเครื่องบินในทุกกรณี

โดยพาวเวอร์แบงค์ที่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย และมีคุณสมบัติน่าสนใจก็ได้แก่

1.Eloop รุ่น E36

เป็นรุ่นยอดนิยมที่ราคาไม่แรงมากนัก คุณสมบัติเด่น ๆ ที่ทำให้รุ่นนี้ติดชาร์ตความฮิตก็ได้แก่ มีช่อง USB Type-A อยู่ 2 ช่อง มีช่อง USB Type-C อยู่ 1 ช่องพร้อมด้วยเทคโนโลยี Qualcomm Quick Charge 3.0 ผ่านการปรับปรุงให้ชาร์จได้เร็วกว่าเทคโนโลยีเดิมอย่าง Quick Charge 2.0 มากถึง 40% แถมรุ่นนี้ Eloop ยังกล้าการันตีว่าความเร็วในการชาร์จประจุมากกว่าพาวเวอร์แบงค์ทั่วไปถึง 4 เท่าอีกด้วย Eloop รุ่น E36 มีความจุอยู่ที่ 12,000 mAh ขนาด 9.6 x 6.3 x 2.4 cm.

2.Romoss รุ่น Sense 8P+

สำหรับใครที่ไม่กังวลเรื่องขนาดหรือน้ำหนักและอยากได้ความจุเยอะ ๆ ไว้ก่อน ก็ต้องนี่เลย Romoss รุ่น Sense 8P+ เจ้าตัวบิ๊กเบิ้มมีความจุมหาศาลถึง 30,000 mAh มีพอร์ตชาร์จทั้งหมด 3 พอร์ต เป็น USB-C จำนวน 1 ช่อง USB-A จำนวน 2 ช่อง มีหน้าจอแสดงสถานะเป็นตัวเลขดิจิตอล พร้อมด้วยเทคโนโลยี Power Delivery (Quick Charge 3.0) มีขนาด 16.7 x 8.0 x 3.2 cm. และมีน้ำหนักอยู่ที่ 671 กรัม

3.Yoobao Wireless Charging PowerBank 20,000mAh รุ่น Z1

Power Bank รุ่นนี้มีฟังก์ชันชาร์จไร้สายติดมาด้วยแถมมีแบตเตอรี่แบบจัดหนักจัดเต็มถึง 20,000 mAh และด้วยความที่รุ่นนี้มีไวเลสชาร์จมาในตัว เพื่อรองรับสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ ในท้องตลาดแล้ว พอร์ตที่เหลือจึงมีแค่ USB Output อยู่ 2 พอร์ตได้แก่ 1A กับ 2.1A กับพอร์ตชาร์จตัวพาวเวอร์แบงค์เท่านั้น Yoobao Wireless Charging PowerBank รุ่น Z1 เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงจึงมีการทำปลอมหรือย้อมแมวขายในอินเทอร์เน็ตค่อนข้างมาก ดังนั้นสำหรับใครที่สนใจรุ่นนี้ก็ควรเช็คข้อมูลเครดิตของร้านค้าให้ดีก่อนตัดสินใจ ควรเลือกซื้อกับร้านค้าที่เชื่อถือได้หรือตัวแทนจำหน่ายโดยตรงเท่านั้น

เชื่อว่าหลายท่านคงได้คำตอบแล้วว่า Power Bank ยี่ห้อไหนดี และแบบไหนพกขึ้นเครื่องบินได้ แต่ไม่เพียงเท่านั้นยังมีอีกเรื่องที่อยากฝากเตือน นั่นก็คือแบตฯสำรองนี้เป็นเครื่องใช้ที่ก่อให้เกิดอันตรายได้ หากใช้งานหรือเก็บรักษาไม่ถูกต้อง การใช้งานที่ดีคือไม่ควรให้พาวเวอร์แบงค์โดนแดด ไม่ควรโยนให้เกิดการกระทบกระแทก และเพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นก็ควรมองหาเคสกันกระแทกหรือถุงผ้านุ่ม ๆ มาใส่พาวเวอร์แบงค์เช่นเดียวกับที่เราใช้เคสโทรศัพท์มือถือ เมื่อแบตฯสำรองได้รับการป้องกันที่ดี ก็จะช่วยให้เราใช้งานได้อย่างปลอดภัย ยืดอายุเครื่องใช้นี้ไปได้อีกนานเลยทีเดียว

ช้อปปังๆ ตั้งแต่ต้นปีกับ Shopee 2.2 Cashback Sale มหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ที่คุณช้อปได้คุ้มกว่าใคร รับ Cashback คุ้มๆ ถึง 200%! พร้อมสินค้าลดราคาพิเศษ ช้อปไม่เกิน 222 บาทต่อชิ้น! ช้อปสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี เกม คอมพิวเตอร์ แลปทอป Mobile & Gadget ลดแรงกว่า Mobile Expo พร้อมรับเพิ่มอีก 2,000 coin! และโปรโมชั่นจากแบรนด์ดังที่คุณไม่ควรพลาด รีบช้อปตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2020 – 3 กุมภาพันธ์ 2020 นี้!

ราคายางรถยนต์

วิธีเลือกดอกยางรถยนต์ ให้เหมาะสมกับรถของคุณ

ดอกยางมีหน้าที่คอยช่วยยึดรถให้เกาะกับถนน ดังนั้น ดอกยางจึงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถไม่ควรมองข้าม บทความนี้เราจึงรวบรวมประเภทของดอกยางมาฝาก เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ทำความเข้าใจและเลือกใช้ให้เหมาะสมกับรถของคุณ

ดอกยางรถยนต์ทั้ง 4 ประเภท

  • ดอกยางละเอียด (rib pattern)

ดอกยางละเอียด (rib pattern) เหมาะกับรถขับทางเรียบ เพราะดอกยางจะเป็นแนวยาวตามเส้นรอบวงของยาง ดอกยางแบบนี้จะช่วยไม่ให้เสียพื้นผิวสัมผัสกับหน้าถนนมากจนเกินไป สามารถรีดน้ำออกได้อย่างรวดเร็ว และมีเสียงรบกวนน้อย

  • ดอกยางแบบบั้ง (lug pattern)

ดอกยางแบบบั้ง (lug pattern) เหมาะกับรถที่ขับทางขรุขระเป็นประจำ เพราะดอกยางจะเป็นบั้งแนวขวาง มีร่องยางลึกช่วยให้ทนทาน และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

  • ดอกยางแบบผสม (rib lug pattern)

ดอกยางแบบผสม (rib lug pattern) เหมาะกับรถที่ขับทั้งทางเรียบและทางขรุขระสลับกันไป ผสมเอาจุดเด่นของดอกยางเรียบและดอกยางบั้งไว้ด้วยกัน โดยดอกละเอียดจะอยู่ด้านในตรงกลาง ดอกยางบั้งจะอยู่ขนาบสองข้างในหน้ายางเดียวกัน

  • ดอกยางแบบบล็อก (block pattern)

ดอกยางแบบบล็อก (block pattern) เหมาะกับรถใช้งานแบบลุยๆ ขึ้นเขาลงห้วย อย่างรถโฟร์วีล เป็นต้น มีลักษณะเป็นจุดหรือก้อน รูปทรงมีทั้งแบบวงกลมและเหลี่ยม ซึ่งมีประสิทธิภาพในการตะกุยสูง

อ่านมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆ น่าจะพอเข้าใจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับรถยนต์ของตัวเองได้แล้วใช่ไหมคะ แต่ก่อนอื่นเราอยากให้เพื่อนๆ ได้ลองเช็คราคายางรถยนต์ และดอกยางรถยนต์กันก่อน เพราะนี่ก็เข้าปีใหม่แล้วราคายางรถยนต์ และดอกยางรถยนต์ก็น่าจะปรับเปลี่ยนขึ้นลงตามความเหมาะสมและสภาพเศรษฐกิจค่ะ

roojai.com

ประกันรถยนต์คืออะไร ทำไมต้องทำ

คำว่าประกันรถยนต์ เชื่อว่าเพื่อนๆ ทุกคนคงเคยได้ยินมันบ่อยครั้ง แต่หลายคนอาจกำลังถือครองประกันดีๆ ไว้ในมือ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ประกันรถยนต์ มันคืออะไร ทำไมเราจึงต้องทำ วันนี้เรามาลองพิจารณาเหตุผลต่างๆเหล่านี้ไปพร้อมกันครับ 

ประกันรถยนต์ คือ อะไร

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดว่า ธุรกิจประกัน ที่จัดตั้งเป็นบริษัทประกันนั้น มี 2 ประเภทหลักๆ คือ 

1.บริษัทประกันชีวิต หมายถึงบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจประกันชีวิต เพื่อรับประกันต่อความสูญเสียหรือความเสียหายต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล โดยสัญญาว่าจะจ่ายชดเชยให้แก่ผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับผลประโยชน์กรณีผู้เอาประกันภัยมีการเสียชีวิต และอาจมีความคุ้มครองอื่นๆ เช่น การประกันอุบัติเหตุและสูญเสียอวัยวะ การประกันกรณีทุพพลภาพ หรือการประกันภัยสุขภาพ เป็นต้น  

2.บริษัทประกันวินาศภัย

หมายถึงบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย เพื่อรับประกันต่อความเสียหายต่างๆ เช่น อัคคีภัย ภัยรถยนต์ ภัยทางทะเลและขนส่ง

ดังนั้น ประกันรถยนต์ ที่เกิดขึ้นเพื่อให้การคุ้มครองภัยที่เกิดจากรถยนต์ จึงจัดเป็น ประกันวินาศภัยรูปแบบหนึ่งครับ 

ทำไมถึงต้องทำ 

1.กฎหมายบังคับให้ทำ 

ประกันภัยรถยนต์นั้น เป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับให้ทุกคนที่ซื้อรถต้องทำ เป็นประกันภาคบังคับ หรือที่เราเรียกติดปากว่า พรบ. ซึ่งมีการให้ความคุ้มครองพื้นฐานดังนี้ 

– ค่ารักษาพยาบาล  ไม่เกิน 80,000 บาท ต่อคน

– กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร  ไม่เกิน 300,000 บาท ต่อคน

– เงินชดเชยรายวัน (ผู้ป่วยใน)  ไม่เกิน 200 บาท ต่อวัน (ระยะเวลารวมไม่เกิน 20 วัน) 

– วงเงินความคุ้มครองต่อครั้ง  ไม่เกิน 5,000,000 บาท

ขั้นตอนการเคลมมีดังนี้

1. แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อลงบันทึกประจำวัน

2. เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เมื่อเสร็จแล้วให้ขอเอกสารดังนี้ 1. ใบรับรองแพทย์ 2. ใบเสร็จรับเงิน

3. นำส่งเอกสารต่อบริษัท ประกันภัยที่ซื้อ พ.ร.บ. เพื่อขอเบิกค่ารักษาพยาบาล ดังนี้

       3.1 บันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

       3.2 ใบรับรองแพทย์

       3.3 ใบเสร็จรับเงิน

       3.4 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

2.ความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น

เหตุผลที่สอง ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบัน ความเสี่ยงบนท้องถนนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี เนื่องจากการขยายเมืองและธุรกิจเติบโต และมีการสนับสนุนให้มีรถส่วนตัว ท้องถนนจึงคลาคล่ำไปด้วยรถยนต์ที่พร้อมจะเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ ด้วยเหตุนี้ทำให้ ประกันภัยรถยนต์ จำเป็นต้องมีแบบสมัครใจ ที่ทำให้ผู้รับบริการอย่างเรา มีทางเลือกมากขึ้นในการเลือกประกันที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทันทีหลังรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ

แค่เพียงสองเหตุผลนี้ หรือไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม ประกันรถยนต์ ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สร้างความมั่นใจให้กับการเดินทางด้วยรถยนต์เสมอมา ดังนั้นไม่เสียหายที่คนรักรถยนต์จะเลือกซื้อประกันแบบสมัครใจเพิ่มเติมเพื่อควาอบอุ่นหัวใจยิ่งขึ้น  สำหรับใครที่ไม่รู้จะเลือกทำประกันรถยนต์กับที่ไหนดี ผู้เขียนขอแนะนำ roojai.com นอกจากบริการดีแล้ว ราคายังไม่แพงเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป

ความสำเร็จ

อยากประสบความสำเร็จ เหมือนกับคนอื่นๆ บ้างต้องทำอย่างไร

เป้าหมายในชีวิตของทุกคน ก็คงอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตเหมือนกันทั้งนั้น อยากจะร่ำรวย อยากจะมีเงินทองเยอะ อยากจะได้บ้านหลังโตๆ นี่เป็นความฝันทั่วไปของแต่ละคน เมื่อโตขึ้น แต่จะสามารถทำได้หรือไม่ได้ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ขึ้นอยู่กับความสามารถ ความพยายามของแต่ละคนเท่านั้น ว่าจะทำอย่างไร ให้มันไปถึงจุดหมายที่เราต้องการ

ถ้าเราอยากจะรวย และอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต สิ่งที่เราต้องมีคือ นิสัยและการกระทำแบบคนรวย ถ้าเราทำนิสัยเหมือนเขา ที่ใช้ในการทำงาน หรือทำธุรกิจ เราก็จะได้ความสำเร็จเหมือนเขาเช่นกัน อย่ามองแค่เขารวยเขาใช้เงินเยอะ และเราจะไปเอาเหมือนเขา แบบนั้นยังไงก็มีวันรวยแน่นอน

ลักษณะของคนที่จะประสบคามสำเร็จในชีวิตที่จะต้องมี

-เป้าหมายชัดเจน จะทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ เราจะต้องมีเป้าหมายเอาไว้ก่อน อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต ก็ยิ่งจำเป็นมาก ที่จะต้องตั้งเป้าหมาย ว่าเราอยากจะได้อะไรบ้าง เมื่ออายุเท่าไหร่ อยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองตอนไหน เป็นต้น เมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน เราก็จะยิ่งทำให้มันสำเร็จมากเท่านั้น

-หาความรู้อยู่ตลอดเวลา คนที่รวยแล้ว สำเร็จในชีวิตแล้ว เขาก็ไม่เคยที่จะหยุดเรียนรู้ เพราะมันเป็นสิ่งที่สำคัญในการที่จะทำให้สำเร็จมากยิ่งขึ้น ยิ่งเรายังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่จะต้องศึกษาเรื่องราวต่างๆ เพื่อที่จะให้ตัวเองสำเร็จในชีวิต ต้องหาความรู้ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา

-การตัดสินใจ คนที่ทำการใหญ่ จะต้องกล้าตัดสินใจด้วย ทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ กล้าที่จะเสี่ยงกับสิ่งต่างๆ ที่มันท้าทายความสำเร็จของเรา ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม ถ้ามันสำเร็จก็คือให้มันสำเร็จไปเลย ถ้ามันจะล้มเหลวก็ให้มันรู้ไป คนที่รวยๆ ล้วนแต่ผ่านจุดที่ต้องตัดสินใจแบบนี้ทุกคน

-ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เส้นทางจะไปสู่ความสำเร็จในชีวิตนั้น มันย่อมไม่สะดวกสบายแน่นอน ยิ่งเป้าหมายใหญ่มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีอุปสรรคที่ยากมากขึ้นเท่านั้น จึงจำเป็นที่เราจะต้องใช้ความอดทน พยายาม จนให้มันตายไปข้างหนึ่งเลย จึงจะสำเร็จ เพราะคนที่สำเร็จในชีวิตมาแล้วนั้น ล้วนแต่ผ่านจุดที่ยากลำบาก จนเลือดตาแทบกระเด็นมาแล้วทุกคน

-มีวินัย เมื่อมีเป้าหมายแล้ว สิ่งที่จำเป็นอีกอย่างก็คือเรื่องของวินัย ที่เราต้องรักษาต้องทำตามแบบแผน ที่เราได้วางเอาไว้ ให้มันเป็นประจำสม่ำเสมอ เพราะถ้าขาดวินัยแล้ว เป้าหมายของเรามันก็จะไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่อง และมันก็ยาก ที่จะสำเร็จ วินัยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด

เรียนรู้จากความล้มเหลว ก่อนที่จำเกิดความสำเร็จ มันต้องผ่านความล้มเหลวมาก่อนทั้งนั้น เราจะสำเร็จได้ เราก็ต้องเรียนรู้จากสิ่งที่เราพลาดด้วย ว่าเราต้องพัฒนาอะไรเพิ่มบ้าง เพื่อที่จะให้มันสำเร็จ อย่าปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆ โดยที่เราไม่ได้อะไร

ทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่คนสำเร็จในชีวิต เขาทำเหมือนๆ กันทุกคน หากเราอยากจะเป็นคนหนึ่ง ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต วิธีการข้างต้นที่บอกไป เป็นสิ่งที่เราละเลยไม่ได้ ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการก้าวไปสู่ความสำเร็จ

ความเครียด

วิธีจัดการกับความเครียด ให้ชะงัด

ความเครียด เป็นสิ่งที่ทุกคน เคยเจอมาแล้วอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการเครียดจากเรื่องเรียน เรื่องงาน เรื่องความรัก เรื่องครอบครัว หรือเรื่องเงินเองก็ตาม มันก็ทำให้เรารู้สึกไม่สบายเหมือนกัน คนที่มีความเครียดบ่อยๆ ก็มีผลเสียต่อร่างกายมาก ไม่ว่าจะเป็น โรคภัยไข้เจ็บที่มักจะตามมา เมื่อเราเกิดความเครียดมากๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่อันตรายในระยะยาว

และบางครั้งความเครียด ก็อาจจะส่งผลทำให้บางคนถึงกับคิดสั้นเลยก็มี หาไม่รู้จักวิธีจัดการกับความเครียดเหล่านี้ คนที่มีความเครียดมากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มักจะเก็บตัวคนเดียว ไม่สุงสิงกับใคร หรือโลกส่วนตัวสูงนั่นเอง

แล้วเราจะทำอย่างไร ให้เราไม่เครียด จะมีวิธีลดความเครียด คลายความเครียดอย่างไร ให้เราอยู่ในสังคมทุกวันนี้ ได้อย่างมีความสุข

-ออกไปนอกบ้าน เป็นวิธีที่หลายๆคน เลือกที่จะทำ เวลาที่มีความเครียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องาน หรือเรื่องอื่น ๆก็ตาม เป็นสิ่งที่ช่วยกำจัดความเครียดได้อย่างดีที่สุด เพราะมันจะทำให้สมองปลอดโปร่ง ไม่มีกังวล กับเรื่องที่เรากำลังเจอ ไปหาเที่ยวดูอะไร ที่มันแปลกใหม่อยู่เสมอ อาจจะทะเล น้ำตก หรือภูเขา ยิ่งไปกับเพื่อนที่รู้ใจ เพื่อนสนิท ก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น

-ไปเล่นกับเพื่อน เป็นวิธีที่หลายคนทำ แต่บางคนก็มองข้าม เวลาที่เจอกับปัญหาต่าง ๆ ก็มักจะเก็บความเครียดเอาไว้คนเดียวไม่บอกให้ใครรู้ ทางที่ดีที่จะช่วยกำจัดความเครียด คือการออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ บางครั้ง เพื่อนที่รู้ใจ ก็สามารถช่วยให้เราผ่านพ้นปัญหาที่เจอได้ เพราะไม่มีใครที่เข้าใจเรา และรับฟังปัญหาของเรา ได้ดีเท่ากับเพื่อน

-ออกกำลังกาย เป็นวิธีที่ช่วยได้อย่างดีที่สุด เมื่อเราไปออกกำลังกาย ได้ปลดปล่อยสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในตัวเราออกไป เมื่อเราจดจ่ออยู่กับการออกกำลังกาย มันก็ช่วยให้เรา ไม่คิดกับปัญหาที่เรากำลังเจออยู่ได้เหมือนกัน ไม่ควรจะเก็บตัว หมกตัวอยู่คนเดียว ให้ออกไปเดินหรือวิ่งข้างนอกบ้าง    

-หาของกิน ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เราชอบอยู่แล้ว หรืออาหารแปลกใหม่ ก็ควรจะออกไปหากิน หาทานบ้าง จะเป็นการช่วยลดความเครียดของเราได้ ยิ่งได้กินของโปรดด้วย เราก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้น ทำให้ความเครียด หายไปได้เหมือนกัน

-หาหนัง หรือรายการดู เวลาที่เราจเอกับปัญหาต่าง ๆ ควรจะออกไปหาหนังดู ที่โรงภาพยนตร์หรือห้างสรรพสินค้า ออกไปเจอกับคนใหม่ๆ ก็ช่วยให้เราลืมความกังวล ลืมปัญหาที่เรากำลังเจออยู่ ได้เหมือนกัน ยิ่งเวลาที่เราได้ดูหนังที่เราชอบ มันยิ่งทำให้เรามีความสุขมากกว่าเดิมด้วย

ความเครียด ถือว่าเป็นเรื่องปรกติ ที่คนทุกคนต้องเจอ แต่อยู่ที่ว่า เราจะจัดการกับมันอย่างไร ไม่ให้มันกระทบกับชีวิตของเรา หรือทำให้ชีวิตของเราพัง ต้องหาวิธีจัดการกับมันให้ได้ ไม่เช่นนั้น จะส่งผลเสียในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย หรือทางใจก็ตาม ควรหาวิธีจัดการความเครียดของตัวเองให้ได้ หาสิ่งที่ตัวเองชื่อนชอบให้ได้ แล้วเราก็จะได้ไม่ต้องเจอ กับความเครียดบ่อยๆ

สังคม

วิธีการ ที่ทำให้คนรอบข้าง เพื่อนร่วมงานหลงรักเรามากขึ้น

คนทุกคน ที่อยู่ร่วมกันในสังคม ก็อยากจะเป็นที่สนใจ เป็นที่ได้รับการยอมรับ หรือเป็นที่รัก ของคนรอบข้างแน่นอน เพราะมันจะทำให้เราอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม แต่สำหรับคนที่ไม่ว่าจะอยู่กับใคร หรือไปทำงานที่ไหน ก็มีแต่คนเกลียดไม่มีคนอยากเข้าใกล้ คนแบบนี้ ก็ต้องจมอยู่กับความโดดเดี่ยวและความเศร้าอยู่คตลอดเวลา เหมือนตกนรกทั้งเป็น

แล้วเราจะทำอย่างไร ให้เป็นที่รักของคนรอบข้าง นิสัยแบบไหน ทีเราต้องปรับเปลี่ยน และควรจะต้องทำ เพื่อที่จะได้รับการยอมรับจากคนทั่วไป ที่เข้ามาพัวพันกับชีวิตของเรา

-ให้เกียรติคนอื่น เมื่ออยู่กับคนอื่น เรื่องของการให้เกียรติ สำคัญมาก ถ้าคนที่ทำอะไร ไม่เกรงใจใครเลย ก็ยากที่คนอื่นจะชอบ

เมื่อเราไม่ให้เกียรติคนอื่น คนอื่น ก็จะไม่ให้เกียรติเราเหมือนกัน เมื่ออยู่ในสังคม เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ไม่ควรมองข้าม และควรจะปรับให้เป้นนิสัยตลอดไป

-เป็นผู้ฟังที่ดี คนเราส่วนใหญ่ มักจะเป็นผู้พูดมากกว่า คนที่เป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัวของเพื่อน คนรอบข้างก็ตาม หากเราเป็นผู้ฟังที่ดี รับฟังปัญหาของคนอื่นได้ เราก็จะได้ความรักจากเขา คนที่พูดเขาจะรู้สึก ว่าเราใส่ใจในเรื่องที่เราทำ เราพูดนั่นเอง เราต้องทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องพูด

-มองโลกในแง่บวก คนที่มีทัศนคติที่ดี ไม่มองโลกในแง่ร้ายไปทุกเรื่อง คนที่อยู่รอบข้าง ก็จะสบายใจมากขึ้น เมื่อได้อยู่กับเรา

แต่ถ้าเรามองโลกในแง่ร้ายทุกอย่าง เราก็จะดูเป็นเหมือน คนที่ไม่แคร์อะไร ไม่คิดอะไรให้ดี เรืองอะไรก็ร้ายไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือแฟน ก็จะหาคนที่จริงใจยาก ที่จะมามีชีวิตด้วย

-ภาพลักษณ์ที่ดี เรื่องของการแต่งตัวการดูแลตัวเองให้ดี ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเหมือนกัน เพราะคนเราในสังคมทุกวันนี้นั้น จะมองคนที่ภายนอกก่อนเสมอถ้าเราดูแลตัวเองแต่ตัวดี คนที่เห็นเรา ก็จะมองเราด้วยความไว้ใจมากขึ้น ต่างจากคนที่ไม่ดูแลตัวเอง แต่งตัวเหมือนโจร คงไม่มีใครอยาก ที่จะเข้ามาพูดคุยด้วยแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน หรือเพศตรงข้ามก็ตาม

-อัธยาศัยดี คนที่มีอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคนที่รู้จัก หรือไม่รู้จักก็ตาม คนรอบข้าง ที่มองเห็น ก็อยากจะเข้ามาพูดคุยด้วย อยากจะทำความรู้จักด้วย เพราะมันทำให้คนอื่น รู้สึกไว้ใจ อบอุ่นนั่นเอง

แต่ถ้าเราเอาแต่ ทำหน้าตาเคร่งเครียด ไม่พูดไม่จาอะไรกับใคร คงไม่มีใครที่จะกล้าเข้ามาทำความรู้จักแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเพศตรงข้ามก็ตาม คนที่อัธยาศัยไม่ดี ก็มักจะหาแฟนได้ยากกว่า คนที่อัธยาศัยดี

นี่เป็นนิสัยหลักๆ ที่เราควรจะทำให้เป็นนิสัย เราจะได้เป็นที่รักของคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน หรือเพศตรงข้าม ก็อยากจะใกล้ชิดเรามากขึ้น