4 สิ่งที่จะทำให้เราชวดการขอเคลมประกันรถยนต์

เคลมประกันรถยนต์

4 สิ่งที่จะทำให้เราชวดการขอเคลมประกันรถยนต์

การเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งนั้น หลายๆ ท่านก็คงจะคิดถึง “ประกันภัย” ที่ได้ทำสัญญาและข้อตกลงกันไว้ใช่มั้ยหล่ะครับ ซึ่งการทำประกันเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เราทุกคนอุ่นใจเป็นอย่างมาก แถมยังช่วยแบ่งเบาในยามคับขันได้เป็นอย่างดีครับ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็น “อุบัติเหตุ” ก็คงไม่มีใครอยากจะใช้บริการกันสักเท่าไหร่ใช่มั้ยหล่ะครับ บทความนี้จึงอยากมาแนะนำเกี่ยวกับ “4 สิ่งที่จะทำให้เราชวดการขอเครมประกันรถยนต์” ให้กับทุกๆ ท่านได้ทราบเพราะอาจได้ใช้กันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย!!

ประกันรถยนต์มีกี่แบบ

1.) การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือที่เรียกกันว่า ประกันภัยตาม พ.ร.บ.

การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือที่เรียกกันว่า การประกันภัยตาม พ.ร.บ. เป็นการประกันภัยที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องทำประกันภัย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุรถยนต์ทุกคนที่ประสบภัยจากรถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร คนเดินถนน หากได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย ให้ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายและค่าเสียหายเบื้องต้นอย่างทันท่วงที และเป็นหลักประกันแก่สถานพยาบาลทุกแห่งว่าได้รับค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่ให้การรักษาแก่ผู้ประสบภัยจากรถยนต์ จะได้รับความคุ้มครอง

2.) การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ : เป็นการประกันภัยที่กฎหมายไม่ได้บังคับขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้เอาประกันภัยที่เห็นถึงความเสี่ยงภัย และต้องการที่จะกระจาย ความเสี่ยงออก ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองตามความต้องการเพื่อเพิ่มความคุ้มครองที่ได้จาก พ.ร.บ

การเคลมประกันรถยนต์

►การเคลมประกันรถยนต์แบบสด  หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘เคลมสด’

เป็นการเคลมรถในที่เกิดเหตุ โดยจะมีพนักงานของบริษัทประกันที่เราทำไว้มาตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุทันที  สามารถแยกออกได้เป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

– เคลมสดแบบมีคู่กรณี คือ กรณีที่รถชนรถด้วยกันเอง โดยพนักงานจากบริษัทประกันจะพิจารณาว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด โดยฝ่ายที่ผิดอาจจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)* ให้กับคู่กรณีก่อน ตามแต่ที่ตกลงไว้กับทางบริษัทประกัน

– เคลมสดแบบไม่มีคู่กรณี คือ กรณีที่รถของผู้ถือประกันชนเข้ากับสิ่งของหรือวัตถุจนเกิดความเสียหายมาก เช่น ชนต้นไม้หรือเสาไฟฟ้า โดยกรณีนี้ผู้ถือประกันจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess)** ก่อนเสมอ

►เคลมประกันรถยนต์แบบแห้ง หรือที่เรียกว่า การเคลมประกันรถรอบคัน

การเคลมประกันรถที่ผู้เอาประกันไปเคลมด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่มักเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีและไม่รุนแรงมาก หรือขับรถชนสิ่งของ เช่น ขับรถขูดฟุตบาท ถอยรถชนต้นไม้ เสาไฟฟ้า เป็นต้นในกรณีเคลมประกันรถแห้ง ควรจด วัน เวลา สถานที่ เกิดเหตุที่ชัดเจน เพื่อติดต่อพนักงานและแจ้งเคลมประกันรถยนต์ เอกสารที่ต้องใช้ในการเคลมประกันรถยนต์ ในการติดต่อบริษัทประกันเพื่อทำเรื่องเคลมประกันรถยนต์นั้น จะต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม บัตรประจำตัวประชาชน, ใบขับขี่หรือสำเนา, เล่มทะเบียนรถ หรือสำเนา, สำเนากรมธรรม์ประกันภัย, ใบรับรองความเสียหาย หรือ ใบเคลมประกันรถที่ทางบริษัทออกให้ สำหรับยื่นให้อู่ซ่อมรถ, รูปถ่ายหลักฐาน ณ ที่เกิเหตุ รวมถึงบันทึกความเสียหาย เวลา และสถานที่อย่างชัดเจน ครับ

4 สิ่งที่จะทำให้เราขอเคลมประกันไม่ได้

– เมาแล้วขับ หากคุณเมาแล้วขับ (มีแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) นอกจากจะผิดกฎหมายการจราจรแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาคุณก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากบริษัษประกันภัยด้วย

– นำรถยนต์ไปใช้ในทางผิดกฎหมาย หากคุณนำรถยนต์ไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการนำไปเป็นยานพาหนะเพื่อให้ปล้นทรัพย์ หรือขนสิ่งของผิดกฎหมาย แล้วเกิดอุบัติเหตุ หรือความเสียหายกับตัวรถขี้นมาในขณะนั้น ทางบริษัทประกันภัยก็จะไม่ให้กับคุ้มครองใดๆ

-ไม่มีใบขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นถึงผู้ที่ไม่เคยทำใบขับขี่มาก่อน หรือเคยมีแต่ถูกตัดสิทธิ์ตามกฎหมาย หากนำรถยนต์ออกไปใช้แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย แต่หากคุณมีใบขับขี่อยู่แล้ว แต่ลืมใบขับขี่ ใบขับขี่หาย หรือใบขับขี่หมดอายุ ก็จะยังได้รับความคุ้มครองได้ตามปกติ เพียงแต่อาจจะถูกตำรวจเรียกตรวจและถูกปรับได้ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ดังนั้นแนะนำให้พกติดตัวเอาไว้ตลอดดีกว่า

-นำรถไปใช้งานนอกเหนือจากที่จดกรมธรรม์ไว้ หากคุณนำรถยนต์ที่ทำประกันภัยไว้ปใช้งานนอกเหนือจากที่จดกรมธรรม์ไว้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาคุณก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “4 สิ่งที่จะทำให้เราชวดการขอเคลมประกันรถยนต์” ที่เราได้รวบรวมมาฝากท่านผู้อ่านทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์อยู่บ้างนะครับ